Profil de KATEgade's spacePhotosBlogListes Outils Aide

KATE YUWANNABOON

Occupation
Lieu
Centres d'intérêt 
I live the real world. and I'm the real girl. I know exactly where I stand and who I am. ( song's lyric)
La liste est vide.

gade's space

22 juin

ตอนที่ 3 ณ. บ้านหว้ากอ

ตอนที่ 3 หว้ากอ Trip 3 วัน 2 คืน

พอรถตู้เข้ามาถึงในโรงเรียนถึงกับอึ้งเลย นี้เลยโรงเรียนต่างจังหวัดของแท้  พวกลงจากรถก็เจอล่ามเบิร์ด ผู้ที่เรารู้จักแต่นาม พอเห็นปุ๊ปตอนแรกไม่คิดว่าใช่ล่ามเพราะแต่งตัวเหมือนเพิ่งทำงานเสร็จไงไม่รู้ 555  แต่ก็ช่างเหอะลืมไปเขาอยู่มานาน บางทีอาจจะช่วยพวกทหารทำงานก็ได้นะ   เอาเป็นว่านอกจากจะเห็นล่ามแล้ว ยังเห็นทหารฝรั่งมากมาย  ทหารไทยอีกนิด แต่ตอนนั้นสายตามันสนใจแต่ฝรั่งมากกว่านะ 555  พวกเราที่มามีหญิง15 คนได้มั้ง ผู้ชายอีก 5 คน  แล้วทหารผู้ชายอีก 30 คน  เบิร์ดบอกว่าเขาเป็นทหารช่างกันนะ แล้วพวกนี้เป็นทหารราบ  ทีมMEDCAPS ของอเมริกันจะประกอบด้วย Navy และ Marines ส่วน Army มีอยู่3-4คน เป็นสัตวแพทย์  แต่นอกจากชาวอเมริกันไม่รู้ว่าเป็นทหารอะไร  กลับมาหว้ากอต่อ พวกเราก็ได้ขึ้นไปดูที่พักซึ่งเป็นห้องเรียนที่อยู่ชั้น 2  Oh! My god. ทำไมมันช่างต่างจากที่บ้านสระพระเหลือเกิน  ไม่มีไรเลย  พวกผู้ชายเลยต้องนั่งรถไปเอาเสื่อมา  พวกเราผู้หญิงก็จัดแจงปัดกวาดรอคอย หลังจากเก็บข้าวของเสร็จก็ได้เวลาสำรวจห้องน้ำแล้ว  พอพวกเราลงไปจะเป็นห้องของพวกทหารฝรั่ง เราต้องเดินผ่านเขาทุกเวลาเมื่อลงไป  ห้องน้ำของพวกเราอยู่ตรงที่พี่ทหารไทยอยู่  ห้องน้ำไร้กลอนประตู  ดังนั้นพวกเราจึงต้องแบ่งทีมในการเข้าห้องน้ำ  แต่ก็มีบางคนที่ไปอาบน้ำที่บ้านชาวบ้าน ต้องเสียเงินครั้งละ 5 บาท ต่อคน มั้ง ด้วยความงกเงิน พวกเรา4 คน ได้แก่ ตาล นัส โบว์ เกด เลยตัดสินใจจะอาบห้องนั้นต่อไป  พวกเราก็ต้องไปนั่งคุยกันว่า เวลาผู้หญิงเข้าห้องน้ำห้ามไปคนเดียว แล้วให้เอาล่ามผู้ชายไปดูแลด้วย 1คน  พวกผู้ชายคงเป็นห่วงพวกเราเพราะมีทหารฝรั่งอีก30นายอยู่ด้วย แต่จิงๆแล้วควรเป็นห่วงพวกฝรั่งมากกว่ามั้ง 555+ วันนี้เป็นวันพักของพวกเรา พวกเราเลยจะไปเที่ยวทะเลกัน  มาถึงจังหวัดที่มีทะเล จะไม่เที่ยวทะเลก็ไม่ได้  พวกเราเลยลงไปข้างล่างกัน  ระหว่างนั้นพวกทหารฝรั่งก็จับแมลงต่างๆมาตีกันในกล่องพลาสติก 1 ใบ  เชียร์กันเหมือนดูมวยเลย ตลกดี ตอนนี้ยังจำหน้าฝรั่งคนไหนไม่ได้เลย หน้าตาเหมือนกันหมดเลย หลังจากดูเสร็จศึกแมลง พวกเราก็ต้องเดินไปทะเล เดินออกไปตอนประมาณ บ่าย 2กว่าๆ แดดจัด แถมยังเดินไปตั้ง 2 ป่าแม้วด้วย  ไกลใช้ได้เลย  แต่พอเห้นทะเลก็มีความสุขมากมาย หายเหนื่อย แต่ทะเลที่เราไปเล่นมันเป็นเขตอันตราย  เลยต้องเล่นใกล้ๆ  ก่อนหน้านั้นแม่โทรมาบอกว่าห้ามเล่นน้ำเด็ดขาด พายุเข้า แต่ณ.วินาทีนั้นฟ้าสงบมากมาย  เล่นกันสนุกสนาน แถมยังได้ไปชมพิพิทธภัณฑ์หว้ากออีก สุดยอดไปเลย  ตอนเดินกลับมีครอบครัวน้องหมาทะเลเดินตามมาส่งอีก  แถมยังวิ่งหนีวัวกันอีก ประสบการณ์ล้ำค่าจิงๆ  แล้วเจ้าหัวหน้าครอบครัวหมา มันมานอนโรงเรียนเลย เป็นบอร์ดี้การ์ดให้พวกเรา  สักพักพวกเราก็พากันไปอาบน้ำ พวกเกดก็ไปอาบน้ำก่อน ระหว่างที่หยุดคุยกะเพื่อนๆเรื่องห้องน้ำ ก็มีทหารหนุ่มคนหนึ่งเดินมา หน้าตาหล่อเหลา ตัวสูง แต่แอบมีพุง  เข้ามาคุยกะพวกเราหน้าห้องน้ำ เพื่อชวนพวกเรามาร่วมสนุกในงานปาร์ตี้กะพวกเขา  พวกเราก็แบบ โอเค  พวกเกดก็จะเดินขึ้นไปแต่งตัว สุดหล่อก็ชี้มาทางพวกเกดแล้วบอกว่า “especially u” ซึ่งไม่รู้ชี้มาที่ใครเพราะยืนอยู่ 4 คน  พอถึงเวลาปาร์ตี้ พวกเราก็นิ่งเฉย เพราะไม่คิดว่าจะต้องไปจิงๆ พ่อสุดหล่อคนเดิมและเพื่อนๆ ก็ตะโกนขึ้นมาว่า ถ้าเราไม่ลงไปภายใน 5 นาที เขาจะยกปาร์ตี้มาที่ห้องพวกเรา  ดังนั้นพวกเราเลยต้องไปปาร์ตี้กะพวกเขา  พวกเราลงไปก็เจอปาร์ตี้เล็ก ทหารฝรั่ง ทหารไทย นั่งกินเบียร์กัน มีทหารฝรั่งบางคนก็มีสาวไทยนั่งเคียงข้าง พวกเราก็กลัว มันมืดๆ กลัวโดนฉุด  หรือจะไปฉุดเขาก็ไม่รู้  พวกเรายืนงงอยู่สักพักก็มีฝรั่งคนหนึ่ง ซึ่งมารู้ทีหลังว่าชื่อ คริส มั้ง มาจูงมือเกดไปนั่ง แล้วเพื่อนๆก็เดินตามมา เรานั่งกินข้าวกันด้วยความสนุกสนาน (ฝรั่งอ่ะสนุก เราอ่ะมึน) เกดกินได้สักพัก เติ้ลก็มานั่งข้างเกด แล้วก็มีฝรั่งมานั่งคุยด้วย ซึ่งก็คือตาสุดหล่อนั้นเอง  ก่อนจะสนธนาเราก็ต้องแนะนำกันก่อน เราจึงรู้ชื่อสุดหล่อ เขาชื่อBaxter จิงๆก็ได้ยินเวลาเขาตะโกนเรียกกันนะ แต่ก็ได้ยินไม่ชัด  เราก็คุยกันไปเรื่อยๆ ตาสุดหล่อก็พยายามให้พวกเราหญิงไทยกินเบียร์ แต่พวกเราก็ไม่กิน ดังนั้นเติ้ลเลยรับกรรมไป ซึ่งเติ้ลไม่เคยกินเหล้าเลย วันนั้นเป็นวันแรกที่เติ้ลกิน พอตาสุดหล่อรู้ดังนั้น ก็เลยตะโกนบอกเพือ่นๆๆ แล้วทุกคนก็ร้องเพลงให้เติ้ล บรรยากาศเหมือนการร้องเพลงสรรเสริญ แต่ความหมายมันทะแม่งไงไม่รู้ 555  สักพักก็มีทหารไทยมาดูนั้นก็คือ อีตาFGนั้นเอง มันบอกให้พวกเราขึ้นไป พวกเราก็ต้องขึ้นไป  แล้ว Baxter ก็ขึ้นมาถามไถ่ คือพวกทหารฝรั่งเขาอยากให้เราสนุก เขาก็อยากรู้จักพวกเรา  ดังนั้นเราเลยส่งตัวแทนผู้ชายไปกิน ผู้หญิงนอนเพราะดึกมากแล้ว   แล้วค่ำคืนแรกก็ผ่านพ้นไป   วันที่ 11 เราต้องตื่นแต่เช้าเพือไปโรงเรียนอุดมนาถ  ใกล้ชายแดนพม่า   การทำงานก็คล้ายๆกับวันแรก  คือเหนื่อยมาก แต่วันนี้ฝนตกหนักมาก หลังกินข้าวเสร็จแผนกเกดก็คนไข้เริ่มน้อย เกดก็เลยไปช่วยห้องกายภาพ เพราะคนไข้เยอะมาก พอเสร็จงานเราก็กลับโดยที่มีกระบะ2คันไปส่งเราที่หว้ากอ   พอเรามาถึงทุกคนก็สลบเป็นตายกัน เหลือไม่กี่คนที่ตื่น ซึ่งก็มีเกดด้วย เกดเลยออกมานั่งข้างหน้าห้องคนเดียว ฟังเพลงอย่างสบายใจ 2-3 คนที่เหลือก็ไปข้างนอกกัน  พอเขากลับมาก็มานั่งคุยกะเกดข้างหน้า    สักพักมีทหาร 1 คน ขึ้นมา หน้าตาดูnative American มาก เขามาคุยกะอ้อม แต่พอคริสเห็น คริสพูดไรไม่รุ้ เขาก็ลงไปเลย  สักพักตาสุดหล่อBaxter ก็ขึ้นมาคุยอีก ประกอบด้วย Baxter, อ้อม, เกด ตามลำดับ แต่เราไม่ได้พุดไรเลย เพราะฟังเพลงอยู่  555+ แต่สงสัยว่า ตาคนนี้ขึ้นมาทำไมไม่โดนว่าเลย คุยไปคุยมาแล้วก็มีคำว่า“especially u”  เกิดขึ้นอีก   ก็เลยสงสัยว่ามันคิดไรกับเกดป่ะเนี้ย แต่ก็ช่างเหอะ หิวข้าวมากกว่า พอเพื่อนๆตื่นพวกเราก็พากันไปกินข้าวข้างนอก เป็นการกินข้าวที่ยาวนานมาก เพราะกินไปนินทาเพื่อนไป เผาเพือ่นไป  สนุกกันจิง  ระหว่างทางเดินกลับก็ต้องเดินผ่านร้านค้าร้านหนึ่ง ซึ่งตาสุดหล่อกะผองเพื่อนนั่งอยู่ เขาเรียกพวกเรา แต่พวกเรากำลังเม้าท์กันเลยไม่รู้เรื่อง  เราก็ไปจัดแจงอาบน้ำอาบท่า  ตกหัวค่ำ ก็ถึงคราวซวยของเกด ดันท้องเสีย เกาเหลาทำผิด วิ่งเข้าห้องน้ำ3-4ครั้ง รอบสุดท้ายไปกะโบว์และน้องเบิร์ด แต่ไปเจอเติ้ล เลยให้เพือ่นๆลองไปขอยาทหารให้หน่อย พี่ไทยไม่มีเลยไปขอฝรั่ง ได้ยามา1แผง หน้าตาเหมือนเยลลี่มากๆๆ  ตอนเดินออกมาจากห้องน้ำ เดินมาเจอกะตา Baxter พอดีเลย ยิ้มให้แล้วเราก็เดินไปขึ้นห้อง เขาก็เดินตามมา แถมยังเรียกเพื่อนมาอีก 2 คนอีก  ขึ้นมาเล่นบนห้องกันซะงั้น  สักพักล่ามเบิร์ดก็ขึ้นมา    ตาสุดหล่อก็คิดเกมส์เลย เกมส์  “spinning the bottle”    ตามธรรมเนียมฝรั่ง ถ้าโดนใครต้อง kiss the lip  พวกเราเลยเปลี่ยนกติกา เปลี่ยนเป็น เล่าความลับแล้วกัน แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ ก็มีคนเล่าไม่ได้ก็เลยต้องถูก kiss hand or kiss cheek.   วันที่ 12 พวกเราก็ต้องทำงานต่อแล้วเราก็ต้องออกเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านบางปู เขาสามร้อยยอด

ต่อบล็อกหน้านะ

20 juin

ตอนที่ 2 วันทำงานณ. บ้านสระพระ

ตอนที่ 2 วันทำงาน ณ.บ้านสระพระ

9 พ.ค วันนี้ต้องอาบน้ำแต่เช้าเพื่อให้ทัน7 โมงเช้า เพราะเดี่ยวบรรดาหมอๆมา  พวกเราก็ออกไปซื้อนม มากินก่อน ระหว่างที่เดินกลับก็เห็นมีรถตู้ รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์มา  พวกเราก็เลยรีบเดินเข้าไปในโรงเรียนเพราะพวกฝรั่งมาแล้ว  ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก  ทุกคนก็จะมีชีสศัพท์ และท็อคกิ้งดิกประจำตัว  พวกเรายืนงงกันอยู่ตรงหน้าห้องอนุบาล เพราะไม่รู้จะทำไร มีทหารฝรั่งประมาณ20 คน มายกอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจ และยาลง  พวกเราเลยไปช่วยเขายกของ เพราะจะให้ยืนเฉยๆก็คงรู้สึกแปลกๆ  เอ่อ! เราได้เจอMr. Randee ออกแนวหัวหน้าเราไงไม่รู้  เป็นทหารตัวใหญ่ หัวโล้น และก็ดัดฟัน  แล้วก็เจอใครอีกไม่รู้เยอะแยะ ไม่รู้จัก ยิ้มอย่างเดียว อิอิ  แถมยังมีชาวบ้านมารอแหละ  พอพวกเรากะทหารแบกของ ยกของเข้าไปวางในแต่ละห้องเสร็จ สักพักก็มีรถบัสสัก3คันมาจอด หน้าโรงเรียน ทำเอาพวกเราตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะใกล้เวลาทำงานแล้ว เหล่าทหารหาญทั้งหลายพอลงมาเสร็จก็ตั้งแถว ทำไรกันไม่รู้  เราก็ยืนมองอยู่ สังเกตว่าทหารมีหลายชาติด้วยกัน แล้วชุดของแต่ละชาติก็แตกต่างกันไป ก็มีญี่ปุ่น อเมริกัน สิงค์โปร์ อินโดนีเซีย รู้สึกว่ามีชาวฟิลิปปินส์ด้วย แต่พวกนี้เขาเป็นทหารอเมริกัน  พอเสร็จก็แยกย้ายกันไปตามห้อง เราก็ต้องแยกย้ายเหมือนกัน เกดไปอยู่ห้องฟัน แต่ดูเหมือนว่าห้องฟันมีล่ามแค่2คนก็พอ ก็เลยย้ายตัวเองไปทำที่ห้องตรวจโรคทั่วไป ซึ่งต้องการล่ามมาก  พวกเราก็ทำความรู้จักกะหมอของพวกเราไว้  ตอนแรกเกดเป็นล่ามให้หมอฝรั่งผู้ชายชื่อ Bibe (ถ้าเขียนผิดก็ขออภัยด้วย) ต้องบอกว่าพอเริ่มแปลปุ๊ปก็งงมากเลย อะไรว่ะ ศัพท์ไรเนี้ย ไม่เคยรู้จักเลย แถมหมอคนนี้ดูโหดๆด้วย  ทำได้สักพัก หมอญี่ปุ่นก็ขอให้ไปช่วยเป็นล่าม เพราะล่ามไม่พอกับจำนวนหมอ ก็เลยต้องย้ายก้นไปนั่งโต๊ะหมอญี่ปุ่นแทน  เติ้ลเลยต้องไปนั่งแทนเกด  แล้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเติ้ลก็กลายเป็นล่ามของBibeไปเลย  ตั้งแต่นั้นมาเกดก็กลายเป็นล่ามของหมอญี่ปุ่น  จำชื่อหมอตัวเองไม่ได้ แต่จำชื่อพยาบาลได้ เพราะเธอน่ารักมาก ชื่อ Mizuho Kikuchi พอว่างก็นั่งคุยกะพวกเขา เขาก็ให้ช่วยสอนภาษาไทยให้เขาหน่อย ก็เลยตีสนิทกะเขาไปเลย อิอิ     มีหนุ่มๆหลายคนคงอิจฉาเกดน่าดู  ตรวจเสร็จก็ประมาณบ่ายโมง เป็นไรที่เหนื่อยมาก เหมือนไปแบกกระสอบทรายมาเลย ทั้งที่ไม่ได้ออกแรง แต่เหนื่อยมากจิงๆ แถมอากาศยังร้อนมากอีก พวกเราเลยไปนั่งหลบร้อนในห้องส่วนเกดก็ยืนอยู่หน้าประตู แล้วก็มีหนุ่มทหารฝรั่งมายืนเป็นเพื่อน มาชวนคุย ใครก็ไม่รู้ รู้อย่างเดียวว่าดูดี กะขนแขนเยอะ  ระหว่างที่รอพวกเขากลับกัน พวกเราก็ต้องสนธนากะทหารต่างชาติมากมายที่แวะเวียนมาชวนพวกเราคุย เขาถามว่าเราพักที่ไหน เราก็บอกว่าเราพักที่โรงเรียน เขาก็ดูเหมือนตกกะใจนะ แต่เราก็ยังไม่รู้เรื่องอะไร  พอพวกทหารฝรั่งกลับไป ก็เหลือแต่ทหารไทย มีนายทหารคนหนึ่ง (ในเวลาต่อมาเขากลายเป็นFG ของพวกเรา) เขาอยากคุยกะพวกเรา เขาบอกพวกเราว่าจริงๆแล้วพวกเราได้วันละ 1200  แต่ที่อ.บอกคือ 300 บาท  แล้วยังถามอีกว่าพรุ่งนี้เราต้องไปที่ไหนอีก เราบอกว่าต้องไปโรงเรียนบ้านหว้ากอ   พวกเราต้องไปนอนที่นู่น  เขาก็บอกว่าอ้าว! จะไปนอนได้ไง ไม่มีที่นอนหรอก เขาก็เลยโทรหาใครไม่รู้ แต่สรุปว่าเขาเตรียมที่นอนให้เราแล้ว  เขาถามว่าเราไปยังไง พวกเราก็บอกว่าไปกันเอง เขาก็บอกว่ามันไกลมากนะ ไม่ใช่ใกล้ๆ  เขาก็ช่วยไรไม่ได้เหมือนกัน  เราก็ไม่ได้ว่าไรหรอกที่ช่วยไม่ได้อ่ะ แต่ที่เคืองที่สุดคือพูดเหมือนพวกเราโง่มาเอง  แม่ง! เกลียดมันว่ะ  ณ.ตอนที่ยืนคุยกะตาFG ครูใหญ่ นักการ แล้วอ.ผู้หญิงคนหนึ่งก็อยู่ด้วย พวกเขาพยายามหาทางช่วยพวกเรามากเลย  ทั้งเรื่องรถ เรื่องอาหาร  พวกเราไม่สามารถหารถเหมาไปได้ เพราะไม่มีใครไป แถมค่าน้ำมันแพงอีก  ซึ่งตอนนั้นพวกเรามีแต่เงินส่วนตัว ซึ่งไม่พอแม้กระทั่งเหมารถไป  ช่างน่าสงสารกันจิงๆ  อ.ผู้หญิงให้ตังค์เรามา 500 เอาไว้เป็นค่ารถ พวกเราแถมจะร้องไห้ ซึ้งน้ำใจเขาจิงๆ เขายังสงสารเรา ไอ้FG ไม่เห็นมันจะมาสนใจ สงสารเรา เหมือนมาซ้ำเติมไงไม่รู้   ดังนั้นตอนกลางคืนเราต้องโทรหาอ.แพท เพื่อขอเงินมาเป็นค่ารถของพวกเรา  เพราะวันที่ 10 เราต้องไปหว้ากอ แล้วพักที่นั้น 2 คืน เราต้องทำงานที่หว้ากอวันที่ 12 แต่ในวันที่ 11 เราต้องไปโรงเรียนอุดมนาถ ที่ด่านสิงขร  ตอนกลางคืนเราก็ได้โทรหา อ.แพท เป็นการประชุมที่เคร่งเครียดเลยทีเดียว  สรุปว่าอ.แพทจะโอนตังค์มาให้ส่วนหนึ่ง แล้วจะมีรถตุ้มารับที่อ.เมือง จ. ประจวบ  แล้วในตอนเช้าของวันที่ 11 รถตู้จะไปส่งเราที่โรงเรียนอุดมนาถ ส่วนขากลับผอ.จะหารถมาส่งที่หว้ากอ เราต้องจ่าย 1500 เป็นค่ารถตู้  พวกเราก็เลยสบายใจขึ้น  พอประมาณ9โมงเช้าของวันที่10 พวกเราก็ออกเดินทาง นักการเป็นคนเรียกรถให้พวกเรา  รถใช้เวลา 2-3 ชม. กว่าจะมาถึงอ.เมือง ที่ประจวบ พอมาถึงเราก็ต้องไปกดตังค์มาจ่ายค่ารถตู้ กะโทรหาคนขับรถ  สรุปรถตู้มี2คัน แต่เราต้องจ่าย 2000 ไม่ใช่ 1500 แง่ว! อ.แพททำพิษอีกแล้ว  จากอ.เมือง ถึงโรงเรียนก็ประมาณ 20 กม. พี่คนขับบอกแบบนั้นนะ  พอพวกเรามาถึง พวกเราก็ต้องตกใจกะสิ่งที่พวกเราพบเห็น..........

อ่านต่อบล๊อกหน้านะ

19 juin

Cobra Gold' O7 (8-18 May)

ตอนที่ 1

พูดตามความจริงเลยนะ ไม่รู้จิงว่าจะเขียนไรดีอ่ะ นึกไม่ออก แต่เดี๋ยวจะเขียนเรื่องกาผจญภัยในงานคอบบร้า โกลด์กับผู้ร่วมชะตากรรมอีก19 ชีวืต  เริ่มเลยดีกว่าต้องย้อนหลังไปอีกสักพัก ย้อนไปวันที่24 เม.ย หรืออะไรสักอย่างในช่วงนั้น เป็นช่วงที่เกดกำลังฝึกงานอยู่ณ. สนามบินสุวรรณภูมิ ก็มีสายเข้าจากอ.แพท เธอโทรมาถามว่าเกดเสร็จฝึกงานช่วงไหน เพราะเขาต้องการล่ามมากมายไปทำงาน  เกดก็บอกไปต้นเดือนหน้าก็ว่างแล้วค่ะ  อ.เค้าก็โอเค เดี่ยวติดต่ออีกที ผ่านไป2-3อาทิตย์มั้ง อ.ก็โทรมาบอกว่าต้องการล่ามให้หน่วยแพทย์MEDCAPS ที่มาตรวจชาวบ้าน เขาบอกอีกว่าต้องไปเองนะ ออกตังค์เองด้วย ต้องไปวันที่ 8 พ.ค ด้วย  โห! อะไรว่ะ วันที่9 อ.วัชรพร ดันนัดคุยเรื่องฝึกงานที่คณะ  อ้าวงั้นเกดก็อดไปดิ ก็เลยคุยกะอ.แพท ว่าเดี่ยวหนูโทรไปหาอ.วัชรพรก่อนนะค่ะ เดี่ยวโทรกลับ ขอไปเคลียก่อน อยากไปทำมากมาย  สรุปได้ไปเพราะคุยกะอ.เรื่องฝึกงานทางโทรศัพท์ หมดค่าโทรไปหลายตังค์เลย  แต่ก็โอเคได้ไปทำงานล่าม ถือว่าคุ้มสุดๆๆ   ถึงเวลาเตรียมตัวแพ็คของใส่กระเป๋าเป้อีเขียวเน่าแล้ว เอาเสื้อไป 8 กางเกงเลขาสั้น 1 ชุดชั้นในไม่บอก ผ้าเช็ดตัว กระเป๋าของกระจุกกระจิก เยอะใช้ได้แต่ก็ยัดลงไปได้ สุดยอดมากปิยมาภรณ์ทำไปได้  แต่ก่อนไปก็มีการประชุมกันก่อน นัดที่คณะ คุยกันเรื่องต้องไปที่ไหน ไปยังไง มีกี่คน ใครบ้าง วันนั้นก็เลยรู้ว่ามีเด็กจากมหาลัยอื่นๆด้วย  เด็กจากมหาสารคามต้องไปเจอที่สายใต้ใหม่เลย  รู้อีกอย่างคือต้องไป3จังหวัด หลายโรงเรียน แล้วต้องไปก่อน1วัน ไปเตรียมตัว เพราะอีกวันเราต้องเริ่มทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้า พอวันจริงพวกเราที่เป็นเด็กราชมงคลทั้งหลายก็ต้องนั่งรถตู้จากคลองหก ไปต่อรถตู้ไปสายใต้ที่เมเจอร์ รังสิต ไปถึงก็เที่ยงๆพอดี แล้วก็เจอเพื่อนๆจากม.มหาสารคาม ที่น่าตกใจและต้องขออภัย คือ เราไปถึงกันต้องเที่ยงๆ แต่พวกมหาสารคามมาถึงตั้งแต่9โมงเช้า แป่ว! พวกเราไม่คิดว่าเขาจะมาถึงกันร็วขนาดนี้ แล้วอีกอย่างไม่มีใครกะเวลาถูกด้วย  สรุปคนที่ไปมีดังนี้ ม.ราชมงคล จากคณะศิปศาสตร์ 10 คน ได้แก่ เกด โบว์ นัส ตาล เติ้ล ป้อง น้องปอย น้องแตง น้องอาท น้องเบิร์ด แล้วจากบริหาร2คน คือ น้องต่ายกะน้องบิ๊ก จากมหาสารคาม 6 คน ได้แก่ อ้อม นุ้ย เฟิร์น น้องแคท น้องกิ๊ฟ แล้วน้องบ๊อบบี้ แล้วก็จากเกษตร 1คน น้องมิ้นท์ซึ่งเป็นเพื่อนของปอย แล้วคนสุดท้ายพี่เหมียวจากม.ราม  ในเมื่อรวมพลกันครบก็ไปซื้อตั๋วรถทัวร์ไปกรุงเทพ-หัวหิน ค่ารถ 140-142 จำไม่ได้ พอเราขึ้นรถได้สักพัก นั่งยังไม่ทันเย็นเลย เด็ฏรถบอกว่ารถเสียไปไม่ได้ เปลี่ยนไปขึ้นอีกคัน โห! ซวยตั้งแต่ยังไม่ไปเลย ไม่กล้าคิดเลยพอไปจะเจอไรมั้ง  รถคันใหม่แม่งก็ห่วยมาก ไรไม่รุ้เก่าก็เก่า แอร์ก็ไม่เย็น  ต้องไปจอดข้างทางเป็นชั่วโมงเพราะต้องเติมน้ำยาแอร์ เซ็งมากมาย   สรุปไปถึงเป้าหมายแรกที่โรงเรียนบ้านสระพระ อ. ท่ายาง จ.เพชรบุรี ต้องประมาณ4โมงเย็นได้  ก่อนไปถึงก็โทรหาผู้อำนวยการที่นู่นแหละ เค้าเตรียมที่นอนให้แล้วเรียบร้อย   พอรถจอดหน้าโรงเรียนปุ๊ป พวกเราก็ต้องขวนขวายในการหยิบกระเป๋า ซึ่งยังไม่เห็นภาพข้างหน้าเลย พอรถทัวร์ไปถึงได้เห็น  พี่ภารโรงเดินออกไปรอรับหน้าโรงเรียน เป็นผู้ชายใส่เสื้อลายสก็อตหน้าตาใจดี ยิ้มแย้มดี ทำให้พวกเรารู้สึกอุ่นใจ แล้วโรงเรียนก็เหมือนโรงเรียนต่างจังหวัดทั่วไป อย่างแรกเลยที่มาถึงคือที่นอนอยู่ไหนค่ะ ตอนแรกห้องนอนพวกเราเป็นโรงอาหาร เปิดโล่งเลย พวกเราก็เลยขอเปลี่ยนได้มั้ย คือมันโล่งไปน่ะ คือกลัวเหมือนกันนะ ถึงจะมีหน้าตาเป็นอาวุธก็เหอะ 5555  น้าภารโรงเขาเลยให้เราไปนอนที่ห้องเด็กอนุบาย1-2 แยกชายหญิง ซึ่งพรุ่งนี้จะเป็นห้องไว้ตวรจตา แต่เราก็ขอนอนห้องนี้ก่อนแล้วกัน เดี่ยวจะตื่นเช้ามาเก็บเสื่อให้ อย่างน้อยก็รู้สึกดีกว่าโรงอาหารเมือ่กี้  อย่างที่สองคือสำรวจห้องน้ำ ห้องน้ำถือว่าไม่เลวร้าย อาบน้ำได้ ถ่ายได้ก็พอใจแหละ นั่งจัดของสักพักก็เริ่มหิวข้าวกันเลยไปหากินกัน โชคดีมีร้านข้าวอยู่ก็เลยสบายไป1มื้อ  พอกินเสร็จก็อาบน้ำอาบท่าสบายอารมณ์ เรามีประชุมกับอ.แพทตอนประมาณ3ทุ่ม โดยการPhone in เข้ามา  สรุปเราต้องแบ่งกันทำงานเป็นแผนก พรุ่งนี้ต้องทำอะไรให้เสร็จก่อน 7โมง เพราะจะมีฝรั่งมาตอนนั้น ฝรั่งที่เป็นคนที่คุมพวกเราก็คือ Mr. Randee เราเรียกว่า รันดี พวกเราไม่เคยเห็นรูปเลย เดาไปต่างๆนาๆว่าหน้าตาเป็นไง แต่เดี่ยวพรุ่งนี้คงได้เห็นแน่นอน หลังจากประชุมเสร็จพวกเราก็ต้องจัดแจงติวสมองตัวเอง ให้รู้ศัพท์มากที่สุดที่เกี่ยวกะแผนกตัวเอง เกดกะโบว์ไปอยุ่ที่ห้องฟัน  คืนนี้ตื้นเต้นมากเพราะเห็นชีสศัพท์แพทย์เข้าไป ถึงกับอึ้งไปเลย คิดเลยว่า  "พรุ่งนี้กูจะแปลได้เปล่าว่ะ"  คืนนี้ก็นอนไปแบบตื้นเต้นเลย

เดี๋ยวไปอ่านต่อบล๊อกต่อไปนะ

 

 
Photo 1 sur 5
Aucune catégorie n'est active.